logo

LINE Add Friend


Scan Me

02-0619085, 095-9346383

dm@ourgreen.co.th

02-0619085, 020610935, 095-9346383

59/170, Baanklangmuang-Suksawat

Top

4 ปัจจัยชี้เป็นชี้ตายในการทำ Business Transformation Success นั้นมีอะไรบ้าง

4 ปัจจัยชี้เป็นชี้ตายในการทำ Business Transformation Success นั้นมีอะไรบ้าง

4 ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการทำ Business transformation ที่แม้แต่องค์กรใหญ่ก็พลาดได้หากละเลยที่จะสนใจ จะสำคัญแค่ไหนมาดูกัน…

Business transformation ถือเป็นโอกาสที่ดีในการนำเอาวิสัยทัศน์ใหม่ๆเข้ามาปรับใช้ ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากกว่าที่เป็นอยู่ และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่บริษัทและลูกค้าของคุณแบบเห็นได้ชัดเจน ปัจจัยภายนอกมักเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (เช่น เทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ กฎข้อบังคับ การแข่งขัน ฯลฯ ) อย่างไรก็ตามเหตุผลที่ทำให้ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นผลหรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวังมักเกิดจากปัจจัยภายใน

เหมือนกับที่นักปราชญ์เคยกล่าวไว้ว่า “ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือตัวเราเอง”

93% ของ 900 บริษัท ที่ Forbes ได้ทำการสำรวจ กล่าวว่า พวกเขาเคยคิดที่จะเริ่มหรือกำลังจะเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ (Business Tranformation) อย่างไรก็ตามกว่า 50% ของบริษัทเหล่านี้ไม่พอใจกับความคืบหน้าและ/หรือผลของความพยายามของพวกเขาเอง ดังนั้นคำถามจึงดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ “เราจะทำกันเลยมั๊ย?” แต่เป็น “พวกเราต้องทำอย่างไร?” มากกว่า

จากประสบการณ์ของเรามี 4 ปัจจัย ที่สำคัญที่สุดต่อความสำเร็จในการทำ Business Transformation ของคุณ:

  1. ความเป็นผู้นำ
  2. ข้อมูล
  3. การลงมือทำ
  4. องค์กร

ความเป็นผู้นำ

Business Transformation Success

ความจริงที่เห็นได้ชัดคือผู้นำต้อง “เดินนำ” และสิ่งที่จะทำให้พวกเขาทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การพัฒนาวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่จะสามารถรวมความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงในขั้นเริ่มแรกเข้ากับความสำเร็จของบริษัทได้อย่างชัดเจน ซึ่งทำได้โดยการลงทุนในระบบ เครื่องมือและวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และด้วยการเพิ่มขีดความสามารถและความรับผิดชอบให้แก่พนักงาน

ข้อมูล

การทำ Digital transformation ต้องมีการรวบรวม แชร์ และลงมือเก็บความรู้และข้อมูลในการดำเนินการที่มากกว่าในอดีต การตัดสินใจจะต้องเป็นไปตามข้อมูลจริงไม่ใช่สมมติฐานและต้องได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียดมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต การใช้ระบบ ERP ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างพื้นที่เพื่อปล่อยข้อมูลที่สำคัญและมีประโยชน์เหล่านี้

การลงมือทำ

นี่คือขั้นตอนที่เป็นที่ชื่นชอบน้อยกว่าส่วนอื่น ๆ ของการทำ Business Transformation (การพัฒนาเว็บไซต์ การใช้ความคิดสร้างสรรค์บนสื่อโซเชียลมีเดีย การใช้เครื่องมือทางการตลาดใหม่ ๆ ) แต่หากปราศจากซึ่งการทำงานส่วนนี้ คือ การทำงานด้านหลังร้าน (Back office) เพื่อให้ทำงานดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้ที่ติ ก็จะสามารถนำไปสู่การทำให้ลูกค้าเกิดความไม่พึงพอใจและส่งผลไปถึงการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ที่ไม่ดีได้

องค์กร

องค์กรที่ดี มักมีการดำเนินงานต่อไปนี้:

  • เลื่อนตำแหน่งให้คนที่ทำงานดีที่สุด ทุกๆ 2 ถึง 3 ปี
  • มีเมตริกที่เน้นไปที่ยอดขายรวมและการเติบโตของส่วนแบ่งทางการตลาดและ
  • มุ่งเน้นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวกับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของโรงงาน

การประเมินปัจจัยความสำเร็จและระยะเวลาที่ใช้ในการพัฒนาและรักษาคนทำงานดี ควรอยู่ในบริบทของการมีส่วนร่วมของพวกเขาต่อการบรรลุเป้าหมายในการทำ Business Transformation ในระยะยาว ควรมีการจัดระเบียบสิ่งต่างๆ รอบ ๆ ตัวลูกค้าและความพยายามในการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่มุ่งเน้นไปที่หน้าที่ภายในเพียงอย่างเดียว สุดท้ายสร้างเมตริกที่มุ่งเน้นการเติบโตในรูปแบบใหม่ๆและวัดในระดับที่ละเอียดมากขึ้น

หากคุณมีการทำตามปัจจัย 4 ข้อดังกล่าวในการทำ Business transformation คุณก็วางใจได้ว่าคุณได้เริ่มวางตำแหน่งบริษัทของคุณในจุดที่มีโอกาสสร้างอนาคตที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น แม้ว่ารูปแบบธุรกิจแบบดั้งเดิมจะช่วยให้บริษัทแข็งแกร่งมาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม แต่ก็ถึงเวลาแล้วเช่นกันที่จะวางโมเดลนี้ลงบนชั้นหิ้ง และก้าวไปข้างหน้าด้วยรูปแบบธุรกิจใหม่ที่จะช่วยให้คุณเติบโตต่อไปได้

สามารถติดตามข่าวสารจาก Ourgreenfish ได้ที่ Facebook และ Twitter

Cr. knowledgepathinc.com, freepik.com

No Comments

Post a Comment

three × three =